Ohm, Ollie, that's meNAPAWAN SRISUKSAWAD
← All posts
2021-07-12·19 min read· views

บันทึกประสบการณ์​ เช่าบ้าน คอนโดในออสเตรเลียด้วยตนเอง และแนะนำที่พักอาศัยประเภทต่างๆ (2021)

สำหรับคนที่ต้องย้ายมาอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลายาวนาน (มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป) การมีที่พักอาศัยเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะแน่นอน…

สำหรับคนที่ต้องย้ายมาอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลายาวนาน (มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป) การมีที่พักอาศัยเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะแน่นอน เราจะไปอยู่โรงแรมหรือที่พักอาศัยชั่วคราวเป็นระยะเวลานานก็ดูจะไม่ optimal เท่าไร ไหนจะมีเรื่องการติดต่อราชการต่างๆ ที่ต้องมีที่อยู่อาศัยที่เป็นหลักเป็นแหล่ง และแน่นอน พื้นฐานการอยู่อาศัยที่ดี ทำให้สุขภาพจิตแจ่มใส เรียนหรือทำงานได้มีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายที่ตัวเองตั้งเอาไว้ ในเวลาว่างจากการเรียน ทำงาน หรือไปเที่ยวต่างๆ บ้านที่ดีก็จะช่วยให้เรามีเวลาพักผ่อนมากขึ้น รวมถึงทำกิจกรรมยามว่างเป็นการผ่อนคลายได้ด้วย

ที่พักอาศัยโดยมาก ราคาค่อนข้างแพงถ้าจะซื้อขาด ขนาดคนที่เกิดที่นี้ บางทีทั้งชีวิต ยังไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของที่พักอาศัยกันเลย รวมถึงด้วยลักษณะประเทศ ที่เป็นการย้ายไปย้ายมาอยู่แล้ว หลายคนจึงนิยมเช่าเอามากกว่า เพราะไม่มีข้อผูกมัดอะไร

สำหรับประเทศออสเตรเลีย ก็จะมีที่พักอาศัยหลายประเภทมากมาย ตาม list ดังนี้ (ประสบการณ์เป็นที่ซิดนีย์เป็นหลัก เนื่องจากเป็นเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ แต่เมืองใหญ่อื่นๆก็คล้ายๆกัน)

1.การอยู่ในบ้านที่แบ่งให้เช่า (Share House)

สำหรับที่พักอาศัยประเภทนี้ จะมีคนที่เป็นหัวหน้า ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของ หรือเป็นคนเช่าจากเจ้าของตัวจริงอีกทีก็ได้ ซึ่งที่พักอาศัยจะเป็นบ้านหลังใหญ่ๆ หรือคอนโดที่มีห้องนอนมากกว่า 1 ห้อง แล้วเอาห้องที่ว่างมาแบ่งให้เช่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาจจะเอาพื้นที่อื่นมาให้เช่าเป็นที่นอนก็ได้ เช่นห้องรับแขก (Living Room) ห้องสำหรับทำงาน (Study) ห้องที่โดนแดด (Sunny) บางบ้าน มีการเอาระเบียงมาทำเป็นที่นอนด้วย ซึ่งห้องก็จะมีทั้งห้องแบบส่วนตัว (Private) หรือแบบแชร์ด้วยกันกับอีกคนที่เข้ามา (Roommate) ซึ่งมีได้ทั้ง มี Roommate แค่คนเดียว (อยู่สองคน เรากับอีกคน) หรืออยู่กัน 3–6 คน ในห้องเดียวกัน
 
โดยทั่วๆไป บ้านที่เช่ามักจะรับคนชาติเดียวกัน หรือ คนประเภทเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน เช่น รับคนไทย คนจีน คนญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ฝรั่งเศส เยอรมัน ด้วยกันเอง หรือรับเฉพาะ Backpacker (วีซ่า WAH) ด้วยกันเอง หรือรับเฉพาะคนยุโรป คนเอเชียใต้ (Indian Subcontinetal) ด้วยกันเอง แต่ก็มีบ้านเช่าที่รับคนจากต่างพื้นฐาน ต่างถิ่นด้วยกันด้วย
 
ข้อดี- ราคาประหยัด ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 100–200 ต่อสัปดาห์แล้วแต่ประเภท ถ้าพวกห้องรับแขก อาจจะถูกกว่านี้ รวมถึงราคานี้จะรวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าอินเตอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว แต่บางที่ก็จะต้องจ่าย โดยหารกันกับคนแชร์ด้วยกัน

  • มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เพราะได้พบปะกับคนต่างๆ แต่อันนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละบ้านด้วย รวมถึงทักษะการเข้าสังคมของแต่ละคน
  • การเช่าค่อนข้างง่าย เพราะไม่ต้องมี Reference หรือหลักฐานการเงินต่างๆ แต่บางบ้าน ต้องมีด่านการสัมภาษณ์ รวมถึงการหา Good Fit จากหัวหน้าแชร์ด้วย (ประมาณว่า ต้องเข้ากันได้ ซึ่งอาจจะรวมถึงชาติพันธ์ อายุ ทักษะภาษาด้วย)
  • สัญญาเช่าค่อนข้างสั้น เหมาะกับขาจร ส่วนใหญ่เช่าเดือนเดียว - 3 เดือนก็เช่าได้
  • ไม่ต้องมีการดูแลรักษาอะไรต่างๆ เช่นเปลี่ยนหลอดไฟ ห้องน้ำตัน หัวหน้าแชร์หรือเจ้าของ จะติดต่ออะไรให้หมดเลย
     
    ข้อเสีย
    -
    ขาดความเป็นส่วนตัว ต้องมีการแบ่งครัว แบ่งห้องน้ำ แบ่งตู้เย็น แบ่งเครื่องซักผ้ากันใช้ รวมถึงถ้านอนห้องนั่งเล่น นอนระเบียง ส่วนตัวมองว่า ขาดความเป็นมนุษย์ไปหน่อย- ต้องมีการแบ่งเวรกันทำความสะอาด ซึ่งรวมถึงการต้องล้างห้องน้ำให้ทุกคนในบ้านด้วย !!!! ยกเว้นหัวแชร์ระบุไว้ อย่างโฆษนาไทยข้างบน
  • เพื่อนร่วมบ้าน (Housemates) ก็จะมีหลายประเภท ดี แย่ ต่างกันไป ซึ่งบางทีการใช้ชีวิตของเรา ไม่เข้ากับพวกเขา ก็จะรู้สึกอึดอัดกับการใช้ชีวิต โดยมากจะเป็นกับคนที่ต่างชาติพันธ์กัน เช่น คนเอเชียอยู่กับฝรั่ง คนเอเชียอยู่กับคนอินเดีย บางคนก็ไม่เคารพกฏส่วนรวม แต่ส่วนใหญ่ กฏพวกนี้ หัวหน้าจะตั้งมาเอง ซึ่งถ้าเราไม่เข้าตั้งแต่แรกก็อาจจะไม่เหมาะ และโดนเจ้าของบ้านเตะออกมา รวมถึงเรื่องภายนอกเช่นบางคนเป็น Party Animal แต่เราไม่ชอบ บางทีก็จะรู้สึกอยู่ไม่ได้ บางคนสูบบุหรี่จัดๆ บรรยากาศไม่ดี ก็จะพาลให้เรามีปัญหากับคนพวกนี้ รวมถึงเกิดความรู้สึกไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากกลับบ้าน 
    - และเลวร้ายที่สุดสำหรับบ้านฝรั่ง คือฝรั่งบางคนสุ่มเสี่ยงในการทำผิดกฏหมาย เช่นสูบกัญชา หรือใช้ยาเสพติดต่างๆ ซึ่งจะพลอยทำให้เราซวยไปด้วย !!!
  • แน่นอน ที่พักอาศัยประเภทีนี้ เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวไม่ได้ (อาจจะได้บางที่ แต่ส่วนมาก ไม่ได้)
  • ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านเองในบางบ้าน แต่ส่วนใหญ่ ก็จะมีเจ้าของเดิมทิ้งเอาไว้ ทำให้เราใช้ต่อได้เลย หรือบางบ้าน ก็จะมีให้อยู่แล้ว
     
    เว็บไซต์สำหรับหาบ้านประเภทนี้https://www.gumtree.com.au/https://www.flatmates.com.au/
    https://www.domain.com.au/share/
    http://www.natui.com.au/ (คนไทย)
    https://www.sydney4thai.com/ (คนไทย)
    Facebook (กลุ่มต่างๆเช่น Inner West House Share, บ้านคนไทยในซิดนีย์, ฯลฯ)
     
    ประสบการณ์ส่วนตัวเคยอยู่บ้านแชร์หลังแรก ริมถนน King Street ในย่าน Newtown ชานเมืองซิดนีย์ ข้างล่างเป็นร้านนวด ข้างบนเป็นบ้าน เป็นห้องส่วนตัว ราคา 175 AUD pw บ้านค่อนข้างเก่ามาก รวมถึงมีหนูขึ้นมาอีกต่างหาก อยู่ได้แค่ 3 วันย้ายออกทันที ยอมทิ้ง Deposit เนื่องจากอยู่ไม่ได้ เนื่องจากระยะเวลาสั้นมาก ต้องหาที่อยู่อาศัยด่วน เลยได้มาเจอบ้านแชร์หลังนึงแถว Glebe ชานเมืองเหมือนกัน เหมือนเป็นบ้านที่เช่าโดยคนฝรั่งเศส เพื่อให้ Backpacker ชาวฝรั่งเศสเข้ามาอยู่ ห้องส่วนตัว ราคา 220 AUD pw แต่ล๊อคห้องไม่ได้นะครับ ส่วนตัวโอเคครับ อยู่ได้ระยะสั้น 3 เดือน ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไร เพราะคนเช่าส่วนใหญ่เป็นคนฝรั่งเศส (คุยกับคนอเมริกัน และคนรัสเซีย ที่แชร์บ้านด้วยกัน ก็ไม่ได้เข้าขากับใครเหมือกัน) แต่จะมีคู่แฟนกัน คนอิตาลีกับสเปนคู่นึง ที่ดูเข้าขากันดีกับบ้านนี้ บ้านก็สกปรกตามสภาพที่มีการใช้ร่วมกันครับ ต้องล้างห้องน้ำให้ทั้งบ้าน แต่แล้วก็กลับมาอีกที่นึง ที่กำลังจะเล่า เพราะทนไม่ได้กับการต้องล้างห้องน้ำรวมครับ

2.สถานที่พักอาศัยที่สร้างมาเพื่อให้แชร์โดยเฉพาะ หรือที่พักอาศัยสำหรับนักเรียน (Boarding House, Student Accommodation)

สำหรับที่พักอาศัยประเภทนี้ มันจะเหมือน Sharehouse แต่ จะไม่ใช่บ้านที่อยู่อาศัยจริงๆ โดยข้างในจะเป็นห้องจำนวนมาก สำหรับให้คนที่เช่ามาอยู่จริงๆ และจะมีครัว มีห้องรับแขกใช้ด้วยกัน และห้องน้ำรวมกัน แต่มีจำนวนเยอะพอประมาณ เพื่อให้รองรับกับจำนวนคนที่อยู่อาศัยได้ โดยพื้นที่ส่วนกลาง จะมีการทำความสะอาดโดยเจ้าของที่พักอาศัยเอง
 
ถ้าเป็น Student Accomodation โดยมากจะเป็นของเอกชน ซึ่งจะเป็นตึกโดยเฉพาะ และมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งาน รวมถึงมีกิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้คนมาพบปะ สังสรรกันด้วย ตัวห้อง จะมีห้องน้ำในตัว และส่วนใหญ่เป็นแบบ Studio โดยมากจะตั้งตามย่านใกล้สถานศึกษาต่างๆ นอกนั้นจะมีหอที่ Operate โดยสถานศึกษาเองด้วย ตัวอย่างเช่น Queen Mary Building ของ University of Sydney
 
ข้อดี- ราคาส่วนใหญ่ จะเป็นราคา All inclusive หมดแล้ว รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าอินเตอร์เน็ต และ ค่าทำความสะอาดส่วนกลางด้วย บางที่ให้ห้องน้ำส่วนตัวด้วย (แต่กรณีนี้ต้องล้างห้องน้ำเอง)

  • มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เพราะได้พบปะกับคนต่างๆ รวมถึงเป็นคนที่อยู่ในวัย หรือในสถานะเดียวกัน (เป็นนักเรียนเหมือนกัน) แต่อันนี้ ก็ต้องขึ้นทักษะการเข้าสังคมของแต่ละคนด้วย
  • การเช่าค่อนข้างง่าย เพราะไม่ต้องมี Reference หรือหลักฐานการเงินต่างๆ การหาคนที่เข้ากับบ้านได้มี แต่จะไม่ได้ base จากเรื่องส่วนตัว โดยมากเป็นเรื่องความสะอาด เรียบร้อย การเคารพกฏส่วนรวมมากกว่า
  • ไม่ต้องทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง อย่างครัว ห้องน้ำ โดยจะมีคนทำความสะอาดให้เลย 
  • ห้องมีอุปกรณ์พร้อมอยู่เลย ที่นอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ ไม่ต้องไปหาอะไรเพิ่มอีกแล้ว นอกจากผ้าปูที่นอน หมอน และ ผ้าห่ม
  • ไม่ต้องมีการดูแลรักษาอะไรต่างๆ เช่นเปลี่ยนหลอดไฟ ห้องน้ำตัน พวกนี้เจ้าของทำให้หมดเลย
     
    ข้อเสีย- ราคาแพงกว่ามาตราฐานบ้านแชร์ แต่ถูกกว่าเช่าเองทั้งหลัง - ขาดความเป็นส่วนตัว ต้องมีการแบ่งครัว แบ่งห้องน้ำ แบ่งตู้เย็น แบ่งเครื่องซักผ้ากันใช้- เพื่อนร่วมบ้าน (Housemates) ก็จะมีหลายประเภท ดี แย่ ต่างกันไป ซึ่งบางทีการใช้ชีวิตของเรา ไม่เข้ากับพวกเขา ก็จะรู้สึกอึดอัดกับการใช้ชีวิต โดยมากจะเป็นกับคนที่ต่างชาติพันธ์กัน เช่น คนเอเชียอยู่กับฝรั่ง คนเอเชียอยู่กับคนอินเดีย บางคนก็ไม่เคารพกฏส่วนรวม (แต่เรื่องนี้แจ้งเจ้าของได้ ถ้าเจ้าของไม่พอใจ เขาเตะออกได้ครับ) รวมถึงเรื่องภายนอกเช่นบางคนเป็น Party Animal แต่เราไม่ชอบ บางทีก็จะรู้สึกอยู่ไม่ได้ บางคนสูบบุหรี่จัดๆ บรรยากาศไม่ดี ก็จะพาลให้เรามีปัญหากับคนพวกนี้ รวมถึงเกิดความรู้สึกไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากกลับบ้าน (อันนี้เฉพาะ Boarding House นะครับ สำหรับ Student Accomodation ส่วนใหญ่เป็นแบบตัวใครตัวมันอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร)- ทำผิดกฏหมายอาจจะมี แต่โดยมาก เจ้าของจะไม่ปล่อยเอาไว้ให้อยู่ต่อ
  • เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวไม่ได้
  • เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ให้แล้ว เลยทำให้แต่งห้องไม่ค่อยได้ครับ (อันนี้สำหรับบางคนที่อยากแต่งห้อง)
  • สำหรับบางที่ อาจจะมีเงื่อนไข เช่นต้องเป็นนักเรียนเท่านั้น หรือพวก On Campus Accommodation ก็จะประมาณว่า ต้องเรียนกับมหาลัยเขาเท่านั้น
     
    เว็บไซต์สำหรับหาบ้านประเภทนี้Acommodation Page ของสถาบันต่างๆ (ตัวอย่าง ของ USYD https://www.sydney.edu.au/study/accommodation.html)
    Google 
    https://www.unilodge.com.au/ (เอกชน)
    https://www.scape.com/(เอกชน)
    https://urbanest.com.au/ (เอกชน)
    https://iglu.com.au/ (เอกชน)
    http://parkspr.fairtrading.nsw.gov.au/BoardingHouse.aspx(ฐานข้อมูลกลางของรัฐ NSW (Sydney) สามารถค้นหาโดยใส่ย่านที่ต้องการได้เลย) 
    https://www.gumtree.com.au/
    https://www.realestate.com.au/
    https://www.domain.com.au/
    Facebook
     
    ประสบการณ์ส่วนตัวผมอยู่ที่พักอาศัยแบบนี้ตั้งแต่ผมเพิ่งมาถึงออสเตรเลียใหม่ๆเลย โดยที่วางมัดจำต่างๆ ตั้งแต่อยู่เมืองไทย โดยที่ยังไม่ได้เห็นห้องเลย (ไม่ดีนะครับ ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง แนะว่าตอนแรกให้เปิดห้อง Hostel นอนก่อน แล้วค่อยไปดูบ้านตัวเป็นๆดีกว่า) ตอนนั้นที่ผมทำคือการใช้ Google Search เอาเลย ซึ่งไปเจอ Boading House ที่ดูใหม่ สะอาด ใช้ได้เลยแถวย่าน Newtown ใกล้ USYD ครับ เป็นห้องส่วนตัว ราคา 270 AUD pw ดูรูปแล้วใช้ได้ครับ ซึ่งพอมาถึงแล้ว ไม่ผิดหวังเลยครับ ตรงตามที่ Expected ไว้ทุกอย่าง อยู่มาได้ปีนึงแล้วย้ายออก เพราะมีปัญหากับคนในบ้าน และอยากลองอยู่ที่อื่นบ้าง แต่สุดท้าย ย้ายกลับมาและอยู่ยาวตั้งแต่ ปีที่สอง เรียนจบจนทำงานแล้วได้ PR ก็อยู่มาเรื่อยๆครับ เพื่อนบ้านดีมาก ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน จากหลายชาติ รวมฝรั่งออสซี่ด้วยโดยชาติที่ยอดนิยมก็คือจีน ที่มีปัญหามีคนออสซี่คนนึง แต่คนนี้แกมีปัญหากับทุกคนในบ้านอยู่แล้ว กับคนมาเลย์ ออกแนวโม้ๆ ขี้โอ่ ทั้งคู่ย้ายออกตอนผมกลับมาพอดีครับ เลยไม่มีปัญหาเลย แต่ล่าสุดตัดสินใจย้ายออก เพราะทำงานไกล และที่บ้าน เพิ่งมีคู่พ่อลูกจากประเทศอังกฤษ ที่เหมือนมีปัญหาในการเคารพกฏส่วนรวมของบ้านครับ รวมถึงแขกปากีสถานอีกคนก็กวนตีนด้วย ทั้งบังคับให้คนในบ้านยอมรับนิสัยตัวเอง ไหนจะมีเรื่อง Harrsament ผู้หญิงโคลัมเบียอีกต่างหาก แต่ผมย้ายครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการ Upgrade เพราะทำงานแล้ว มีเงินเยอะพอเช่าส่วนตัวได้แล้วครับ

3.เช่าที่พักอาศัยส่วนตัว กับเจ้าของ (Landlord)

สำหรับที่พักอาศัยลักษณะนี้ เราจะเช่าบ้านหรือคอนโดทั้งหลังเลย โดยส่วนมาก เจ้าของจะเป็นต่างชาติ (นักลงทุนจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์) ซึ่งซื้อเอาไว้เพื่อลงทุน โดยเจ้าของ อาจจะอาศัยอยู่เมืองนอก หรืออยู่ในประเทศก็ได้ จากนั้น เจ้าของจะติดต่อผ่าน Property Agent เพื่อให้หาคนเช่า เป็นรายได้และเก็งกำไรสำหรับเจ้าของตัวจริง 
 
ลักษณะที่อยู่อาศัยแบบนี้ เหมาะกับคนที่อยู่เป็นครอบครัวหรือคนที่ค่อนข้างตั้งตัวได้ระดับนึงแล้ว ที่อาจจะมองหาสถานที่อยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัว มีพื้นที่ให้พักผ่อนหรือให้ลูกได้เล่นอะไรต่างๆ เพราะพื้นที่ทุกอย่างเป็นส่วนตัวหมดเลย มีอีกกรณีที่นิยม คือการที่มีกลุ่มเพื่อนคนไทยด้วยกัน หรือคนต่างชาติที่สนิทกันมากๆ เราก็เช่าบ้านทั้งหลังเลย แล้วอยู่ด้วยกันเอง หารค่าใช้จ่ายด้วยกันเอง ซึ่งอ่านมาหลายๆที่ บอกกันว่าถูกกว่าไปแชร์กับคนอื่นมาก พวกคอนโด บางที่มีทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ทำให้ไม่ต้องไปจ่ายค่าสมาชิกกับข้างนอกอีกแล้ว
 
ข้อดี- เราจะได้บ้านหรือคอนโดทั้งหลังเลย ซึ่งสะดวกสบาย เป็นส่วนตัวมากๆ จะอยู่ดึก จะเสียงดัง หรือจะทำกับข้าวนาน อาบน้ำนาน ทำบ้านรกแค่ไหน เท่าไรก็ไม่มีปัญหา (แต่คอนโดระวังเสียงดังข้ามห้องอื่นนะครับ)

  • สามารถแต่งห้อง ปรับเปลี่ยนอะไร ได้ตามใจชอบ ตามเงื่อนไขที่สัญญาระบุ (มีข้อเสีย ก็คือต้องซื้อเอง)
  • ถ้าเป็นคอนโด ส่วนใหญ่ ตึกจะมีระบบ Security ที่ค่อนข้างปลอดภัย มีการล๊อคสองชั้น
  • คอนโดบางที่ มีพวก Facilities เช่นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส โรงรถ ห้องเก็บของ (Storage) ให้ ซึ่งก็จะดีสำหรับคนที่ได้ใช้ตรงจุดนี้
  • สำหรับคนเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว บางที่ก็จะอนุญาตให้เลี้ยง และน่าจะเป็น Option เดียวที่เลือกได้
  • สำหรับคนที่กะเช่ามาแชร์ เราก็จะเลือกคนที่เราอยากจะให้มาอยู่ ได้ตามใจชอบเลย อยากได้คนไทย ฝรั่ง หรืออยากได้นักเรียน อยากได้คนทำงาน เลือกได้เลย
  • ได้ความรู้สึกภูมิใจ ที่เหมือนมีบ้านเป็นของตัวเอง ถึงแม้จะเช่าก็ตาม (บางคนไม่ถือตรงจุดนี้)
     
    ข้อเสีย- ราคาแพง แต่อันนี้ จะ Varies ตามสภาพที่อยู่อาศัย บางอันที่ดูเก่า ขาดการ Renovated ก็อาจจะถูกลงมามาก แต่ก็จะดูทรุดโทรม ไม่น่าอยู่ นอกนั้นเป็นเรื่องย่านที่อยู่อาศัยด้วย (ในไทยประมาณว่า เช่าแถบสุขุมวิทจะแพงมากๆ ขณะที่เช่าแถบรังสิต หนองจอกจะถูกกว่า)
    - ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าอินเตอร์เน็ตเอง รวมถึงต้องติดต่อของพวกนี้เองด้วย (บางเจ้าของจ่ายให้ก็จะไม่ต้องติดต่อของพวกนี้)- ต้องซื้อของเข้าบ้านเอง พวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ (เช่นกัน บางเจ้าของมีให้ เราก็ไม่ต้องไปหามา)
  • ต้องทำความสะอาดบ้านเอง
  • การเช่าค่อนข้างยาก เพราะต้อง deal กับ Property Agent และจะมีพวก Credit Check Reference Check ด้วย เพื่อดูว่าคนเช่าดีมั๊ย สามารถจ่ายค่าเช่าได้ ไม่มีภาระทางการเงิน
  • สัญญาส่วนมากจะเป็นระยะเวลานาน (ขั้นต่ำ 6 เดือนขึ้นไป จนถึง 1 ปี) 
  • ถ้าพวกข้าวของเครื่องใช้เสีย โดยมาก Property Agent จะมี Contract กับคนซ่อมให้ แต่ถ้าพวกทั่วไป อย่างเปลี่ยนหลอดไฟ ต้องทำเอง
  • เกิดความรู้สึกเหงา ถ้าอยู่คนเดียว
     
    เว็บไซต์สำหรับหาบ้านประเภทนี้https://www.realestate.com.au/
    https://www.domain.com.au/
    https://www.rent.com.au/
     
    ประสบการณ์ส่วนตัวล่าสุด เพิ่งมีโอกาสได้ลองเช่าแบบนี้ เพราะอยากได้บ้านใกล้ที่ทำงาน และอยากได้ความเป็นส่วนตัว เลยตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ครับ เพราะเข้าใจว่า การ Transition จากอยู่แบบแชร์ มาเช่าอยู่เอง สำหรับคนไม่มีประสบการณ์เลย เวลาได้ยินคำศัพท์ทั้งหลาย หรือได้ยินกระบวนการอาจจะรู้สึกถึงความยากลำบาก เลยอยากจะช่วยเขียนมาเป็น Guideline สำหรับคนที่กำลังจะตัดสินใจเช่าเอง หรือคนที่กำลังต้องทำอะไรต่างๆด้วยตัวเอง

4.อยู่ตามพวก Hostel หรือสถานที่อาศัยสำหรับ Backpacker ทั้งหลายHostel บางที่ โดยเฉพาะช่วง COVID-19 และหลังจากนี้ จะมี option ให้เช่ายาวเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ ซึ่งสำหรับบางคนที่ชอบนอน Hostel เที่ยวบ่อยๆ ก็อาจจะลองติดต่อได้ครับ ข้อดีข้อเสีย น่าจะคล้ายๆ กับตัวเลือกที่ 2 นอกนั้นสำหรับคนทำงานฟาร์ม มันจะมีพวก Hostel สำหรับงานฟาร์มโดยเฉพาะ ที่ตั้งอยู่ในฟาร์ม มีรถรับส่งให้เลย

**5.อยู่อาศัยกับครอบครัวชาวออสเตรเลีย (Homestay)**ตัวเลือกนี้ ผมมองว่าเหมาะกับเด็กๆที่เรียนมัธยม หรือระดับที่ยังเด็กมากๆ มากกว่า เพราะทุกอย่างจะจัดให้โดย Host Family หมดเลย แต่ก็จะมีกฏเกณฑ์เหมือนเราเข้าไปอยู่เป็นสมาชิกในครอบครัวเขา ซึ่งผมมองว่า สำหรับผู้ใหญ่อาจจะดูอึดอัด เลยไม่แนะนำตรงนี้

ขั้นตอนในการเช่าบ้าน

1.ศึกษาทำเลที่อยู่

โดยมาก คนส่วนใหญ่ก็จะพยายามเลือกให้อยู่ใกล้สถานที่ทำงานหรือเรียนเป็นหลัก แต่บางคนที่อาจจะมีความต้องการต่างกันไป เช่นอยากได้ติดทะเล อยากได้ใกล้ชุมชนคนไทย อยากได้ใกล้รถไฟ อะไรต่างๆ 
 
จากประสบการณ์ส่วนตัว สำหรับการเช่าเป็นหลัง ถ้าอยู่รอบนอกเมืองหน่อย จะได้บ้านที่ดูใหม่กว่า ถูกกว่าหน่อย แต่ก็จะต้องแลก กับการเสียเวลาในการเดินทางเข้าไปในเมือง ขณะที่ถ้าอยู่ใกล้ๆเขตเมือง ถ้าอยากได้ตึกใหม่ๆ ราคาจะแพง แต่ถ้ายอมอยู่บ้านเก่าไม่ Renovated ได้ ราคาก็จะถูกลง หรืออาจจะยอมอยู่บ้านห่างจากเมืองซัก 1–2 สถานีรถไฟก็ได้ สำหรับบ้านแชร์ โดยมาก คนที่ตัดสินใจเช่าบ้านแชร์ จะค่อนข้าง Price Senstive อยู่แล้ว เลยอาจจะเลือกมากไม่ได้ครับ
 
ย่านที่คนไทย คนเอเชียอยู่กันเยอะ (ซิดนีย์) ไม่จำเป็นต้องอยู่แถวนี้ก็ได้นะครับ แต่อันนี้เป็น Guideline สำหรับคนที่อาจจะมองหาที่พักอาศัย- ในตัวเมือง อาคาร Miramar Apartment และบริเวณโดยรอบ ลงมาข้างล่างเป็น Thai Town เลย (คนไทย)

  • Haymarket, Ultimo, Pyrmont ย่านพวกนี้ใกล้เมือง อยู่ในระยะที่สามารถเดินไปในเมืองได้สำหรับคนที่เรียนหรือทำงานในเมือง ใกล้ China Town, Thai Town นอกนั้นสำหรับเด็ก UTS, USYD ก็อยู่ในระยะที่เดินไปได้ (คนไทย)
  • สำหรับคนไทยที่เรียนระดับปริญญา จะนิยมมาเรียน UNSW ก็น่าจะต้องอยู่ใกล้ๆ UNSW ย่าน Randwick, Kingsford, Kensington มี Ligh Rail เข้าเมืองได้
  • Ashfield, Burwood ชุมชนคนจีนหนาแน่น สำหรับพื้นที่ Inner West มีห้างสรรพสินค้า Westfield ที่ Burwood ซื้อของทุกอย่างไม่ต้องเข้าเมือง
  • Strathfield ย่านคนเกาหลีอยู่ ห่างจาก Burwood 1 Station
  • Hurstville ย่านคนจีน สำหรับคนที่เรียนหรือทำงานทางตอนใต้ มีห้าง Westfield
  • Chatswood ย่านคนเอเชียในฝั่ง North Shore มีร้านของเอเชีย มีห้าง Westfield ครบ ไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง เหมาะสำหรับคนที่มาเรียน MQ (Macquarie University)

2.เดินทางไปดูสถานที่จริง (Inspection)

โดยปกติ ถ้าเป็นพวกบ้านแชร์หรือ Boarding House ส่วนใหญ่ จะต้องติดต่อกับคนที่ลงประกาศให้เช่าเพื่อนัดหมาย และดูสถานที่ด้วยตนเอง แต่บางที่ ก็จะมีช่วงเวลาที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปดูได้โดยไม่ต้องนัดหมายเหมือนกัน สำหรับการเช่าคอนโดหรือบ้านเป็นหลัง โดยมาก จะมีเวลาที่เป็น public สำหรับการเปิดบ้าน ให้คนทั่วไปเข้าไปดู ก็สามารถเดินทางเข้าไปดูตามวันและเวลาที่ประกาศได้เลย
 
เวลาดู ทั่วไปก็ดูสภาพที่พักอาศัย เก่า ทรุดโทรม จนอยู่ไม่ได้หรือไม่ โดยมากรูปในอินเตอร์เน็ตจะดูดีกว่าของจริงเสมอ นอกนั้นก็เป็นเรื่องทั่วไป เช่น Facilities ที่อาจจะต้องการใช้ สถานที่จอดรถ อะไรต่างๆ ถ้ามีคำถามหรืออะไรสงสัย เช่น รวมค่าน้ำ ค่าไฟ หรือไม่ อะไรต่างๆ สอบถามกับคนที่เปิดบ้านได้เลย คนไทยโดยมากจะเป็นนิสัยขี้เกรงใจ แต่สำหรับที่นี้ ไม่ต้องครับ ถามตรงๆได้เลย สำหรับการเช่าคอนโดหรือบ้านทั้งหลัง Agent มักจะขอรายละเอียดส่วนตัว เช่นชื่อ เบอร์โทร Email เพื่อติดต่อข้อเสนอ หรือส่งใบสมัครให้ภายหลัง

3.ต่อรองราคา (Optional สำหรับเช่าทั้งหลัง)
สำหรับการเช่าทั้งหลัง อันนี้ ประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่งทราบมาเหมือนกันว่า ราคาที่ประกาศหน้าเว็บ สามารถทำการต่อรองได้ กรณีที่อยากเช่าจริงๆ แต่จ่ายไม่ไหว แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน เช่น ย้ายเข้าทันที อะไรต่างๆ
 
โดยมาก Inspection มักจะทำกันในวันเสาร์ จากนั้นวันจันทร์ตอนเช้า ทาง Agent ที่เราเข้าไปเจอจะโทรเข้ามา พร้อมสอบถามว่า สภาพที่อยู่อาศัยเป็นอย่างไร ดีมั๊ย จากนั้น ถ้าเราต้องการต่อรอง ก็จัดการบอกข้อเสนอไปได้ โดยทาง Agent จะติดต่อกับเจ้าของตัวจริงอีกทีว่าได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่คิดจะเอาจริงๆก็อย่าไปต่อนะครับ จะเสียเวลากันทั้งสองฝ่ายเปล่าๆ
 
สำหรับบ้านแชร์หรือ Boarding House ส่วนมากจะเป็นแนวพิสวาทส่วนตัว หรือมีความสัมพันธ์อันดีมากกว่า อย่างผมมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของ Boarding House ที่ Newtown ก็จะได้ offer ส่วนตัว อย่างเช่น ห้องใหญ่กว่าเดิมราคา 300 คนปกติจ่ายกัน 315 ประมาณนี้ครับ หรืออาจจะลองต่อรองกับคนที่ประกาศเช่าได้ครับ

4.ส่งใบสมัคร

สำหรับการเช่าบ้านทั้งหลัง จะต้องมีการกรอกรรายละเอียดดค่อนข้างเยอะ เช่น รายละเอียดที่ทำงาน รายละเอียดรายได้ รวมถึงต้องมี Refernces สำหรับรับรองด้วย โดยมากจะเป็นเจ้านายจากที่ทำงาน โดยใบสมัครของการเช่าแบบนี้ จะทำผ่าน Platform กลาง อย่าง 1form
 
สำกรับบ้านแชร์หรือ Boarding House โดยมาก จะเป็นการบอกปากเปล่ามากกว่า ว่าจะเอาห้องนี้ ทางคนปล่อยให้เช่า ก็จะดูอะไรต่างๆ ก่อนบอกว่าจะให้เช่าหรือไม่ บ้านแชร์บางที่ ก็จะมีการสัมภาษณ์ เพื่อหา Good Fit อย่างที่บอกข้างต้น

5.ตรวจสอบ Reference และรอ Offer ให้เช่าเรื่อง Reference สำหรับการเช่าทั้งหลัง มีการตรวจสอบจริงครับ ดังนั้นตกลงกับ Referee ให้เรียบร้อยก่อนนครับ สำหรับบ้านแชร์และ Boarding House เพราะไม่ต้องให้ไว้ ดังนั้นจะไม่มีอะไร เมื่อทุกอย่างพร้อม เราก็จะได้ Offer ให้เช่า พร้อมให้เวลาจ่าย Deposit โดยมากจะเป็นค่าเช่า 2 weeks ครับ การจ่ายส่วนมากจะเป็นการโอนเงิน แต่บ้านแชร์ มีการจ่ายสดด้วยครับ

**6.จ่าย Bond (ค่าประกันความเสียหาย)**จากนั้น เราก็จะต้องจ่ายเงินค่าประกันความเสียหายครับ โดยมากจะเป็นค่าเช่า 4 weeks โดยเงินนี้เป็นเงินของเรา และเราจะได้คืนเมื่อเราเลิกเช่าและห้องอยู่ในสภาพดีครับ สำหรับการเช่าแบบทั้งหลัง จะทำผ่านระบบ Online โดยหน่วยงานกลางของ NSW Fair Trading โดยจ่ายออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิต หรือโอนเงินก็ได้ครับ ส่วนบ้านแชร์และ Boarding House โดยมากจะจ่ายเป็นเงินโอนหรือเงินสดกับเจ้าของหรือคนประกาศให้เช่าโดยตรง

7.ต่อสาธารณูประโภค— สำหรับเช่าส่วนตัว ขอเขียนแยกข้างล่างนะครับ เพราะรายละเอียดเยอะ

**8.นัดรับกุญแจ และย้ายเข้าบ้านใหม่ —**ถ้าเป็นพวกคอนโด ต้องมีการ Booking ลิฟต์ขนของด้วยนะครับ กรณีของใหญ่ๆ

9.สำรวจความเสียหาย และส่ง Property Report Form — มีอะไรที่เสียหายอยู่แล้ว ก็ทำโน้ตเอาไว้ แล้วส่งให้กับ Property Agent หรือเจ้าของหรือคนปล่อยเช่าได้เลย

10.จ่ายค่าเช่าตรงตามเวลา — จะมีทั้งรายสัปดาห์ รายปักษ์ (Forthnightly) และ รายเดือน ทาง Agent จะให้ตารางมาเลยว่าต้องจ่ายวันไหน ส่วนมากเป็นการจ่ายแบบโอนเงิน ส่วนบ้านแชร์ ที่เคยเช่าจะเป็นการจ่ายสดกันเลย

การต่อสาธารณูประโภค (น้ำ ไฟ แก๊ส อินเตอร์เน็ต) เข้าบ้านนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขียนเรื่องนี้ เพราะเวลาได้ยินว่าต่อไฟ ต่อแก๊สเข้าบ้าน ตอนแรกพลางนึกในใจว่า นี่เราต้องหามิเตอร์อะไรมานั่งต่อเองเลยเหรอ จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ และไม่ต้องทำอะไรกับมิเตอร์เลยด้วย

ไฟฟ้า ก็ต้องใช้อยู่แล้ว สำหรับอุปกรณ์ทั้งหลาย ส่วนแก๊ส บ้านส่วนใหญ่จะใช้สำหรับทำอาหารและต้มน้ำร้อนเพื่ออาบ แต่บางบ้านที่มี Heater ระบบแก๊ส ก็จะต้องใช้แก๊สในการทำความร้อนด้วย โดยไฟจะส่งมาทางสายไฟ (จะบอกทำไม 555) ส่วนแก๊ส จะส่งมาตามท่อ จะไม่เหมือนเมืองไทย ที่มีการใช้แก๊สแบบเป็นถัง

ในออสเตรเลีย ของรัฐ NSW พลังงานหลักจะโดนจ่ายโดย Network หลัก อย่างไฟจะมีเครือข่ายหลักชื่อ Ausgrid ส่วนแก๊ส ที่เคยได้ยินคือ Jemena สองเจ้านี้ จะทำหน้าที่จ่ายพลังงานจากแหล่งกำเนิด โดยแหล่งกำเนิดพลังงานจะขายให้กับ Provider เอกชน แล้ว Provider เอกชนก็ เอามาขายให้กับคนใช้อีกที จะไม่เหมือนเมืองไทยที่เป็น Monopoly โดย กฟน กฟภ ตามจังหวัดที่อยู่

ทุกที่อยู่อาศัยในประเทศนี้ จะมีมิเตอร์ประจำบ้าน โดยมีการลงทะเบียนกับฐานข้อมูลกลางโดยเฉพาะ การต่อไฟ ต่อแก๊ส ก็คือการให้ Provider เอกชน Map เลขที่มิเตอร์ของเราเข้ากับเขา เพื่อให้เขาจะสามารถวัดการใช้งานแล้วมาเรียกเก็บเงินกับเราได้

ทีนี้ สำหรับคอนโด มันจะมีลักษณะการต่ออยู่สองแบบ แบบแรกคือ Embedded Network โดยที่เจ้าของโครงการ จะทำการซื้อไฟ ซื้อแก๊ส กับ Provider เอกชนแล้วเอามาขายต่อให้กับคนอยู่อาศัยเอง ลักษณะแบบนี้จะง่าย เพราะเราไม่ต้องไปคุยกับ Provider เอง แต่เราก็อาจจะจ่ายแพงกว่าปกติ เพราะเป็นราคาที่ทาง Developer ตั้งมาเอง กับอีกแบบที่เป็น Separate Meter ซึ่งเราจะเลือกผู้ให้บริการได้ตามใจชอบเลย ตามราคาที่พอใจ บางเจ้าก็ Bundle กับบริการอื่น ทำให้ลดราคาได้ด้วย

ผู้ให้บริการเอกชนหลักๆ ก็จะมี Energy Australia, AGL, Origin เวลาจะต่อ ก็ต่อออนไลน์ได้เลย โดย Sign Up Plan กับเขา และให้ที่อยู่กับเขาไป หลังจากนั้น เขาจะทำการของเขาเอง โดยเขาจะเอาที่อยู่ไปเช็คเลขมิเตอร์ แล้วจะมีคนมาอ่านมิเตอร์ แล้วเริ่มนับการใช้จ่าย บิลเรียกเก็บเงินจะมาทุก 3 เดือนครับ

สำหรับน้ำ ในซิดนีย์มีเจ้าเดียวครับ และน้ำจะออกบิลในนามเจ้าของที่อยู่อาศัยครับ ดังนั้นต้องรอใบเรียกเก็บเงินจาก Landlord แล้วเรามาเอามาจ่ายเอง ไม่ต้องต่ออะไรครับ

สำหรับอินเตอร์เน็ต ในบ้านใหม่ๆ จะเป็นระบบที่ต่อกับโครงข่ายกลาง (nbn) อยู่แล้ว คือการเชื่อมต่อต่อตลอดเวลา แต่ไม่มีสัญญานอินเตอร์เน็ต เราก็จะต้องไปหาผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตให้ปล่อยสัญญานมาที่บ้านเราครับ ผู้ให้บริการที่นิยมใช้กันก็ TPG หรือพวก Provider มือถือ อย่าง Optus, Vodafone, Telstra พวกนี้จะแพง แต่อาจจะมี Bundle สำหรับคนที่ใช้มือถือกับเขาอยู่แล้ว

สำหรับการต่อแบบ FTTP หรือ HFC จะง่ายครับ ซื้อ Router มาแล้วมาต่อเองได้เลยกับกล่อง nbn ที่บ้าน โดยจะเอาที่เขาขายก็ได้ ก็จะดี ง่ายสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องไอทีเลยเพราะเสียบแล้วใช้ได้เลย หรือถ้าใครพอเป็น ก็ไปซื้อ Router ข้างนอกมาต่อเองก็ได้ครับ โดยตั้งค่าต่างๆเอง

แต่ถ้าเป็นแบบอื่น หรือถ้าบ้านยังไม่ได้เชื่อมต่อกับ nbn อาจจะต้องมีการเจาะกำแพง เดินสาย ลำบาก แนะให้ใช้พวก Mobile Broadband ดีกว่าครับ หรือถ้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ใช้ Plan จากมือถือปล่อย Hotspot ได้เหมือนกันครับ แต่เราก็จะเสียเน็ตที่เราควรจะได้ใช้จากมือถือนะครับ