บันทึกประสบการณ์ สอบใบขับขี่ออสเตรเลียรัฐ NSW (Sydney) รอบเดียวผ่าน…
เนื่องจากว่า ผู้เขียนไม่เห็นข้อมูล Update ปี 2021 มาก่อนเลย เลยช่วยเขียนเพื่อ update ข้อมูล ส่วนตัวผู้เขียนไม่มี platform อื่น — พันทิป…
เนื่องจากว่า ผู้เขียนไม่เห็นข้อมูล Update ปี 2021 มาก่อนเลย เลยช่วยเขียนเพื่อ update ข้อมูล ส่วนตัวผู้เขียนไม่มี platform อื่น — พันทิป โดนบล๊อค และคงจะไม่กลับมาเล่นอีกแล้ว ด้วยสภาพสังคมภายในพันทิปเอง ส่วนพวก WordPress หรือ blog อื่นๆ รู้สึกค่อนข้างสียดายเวลาในการ setup ทั้งหลาย เลยขอประเดิมด้วย Medium ก่อน เป็นบทความแรกของตัวเองใน Medium เลย ยังไงถ้ามีอะไรแนะนำก็บอกกันได้นะครับ**

ขออนุญาตปิดให้หมด เพราะกลัวเว็บอื่นเอาไปใช้ ยกเว้นชื่อภาษาไทย ขอโชว์เอาไว้ เพราะหลายคนงงว่าชื่อภาษาไทยอ่านยังไง เลยเปิดให้เห็นกัน
ก่อนอื่น การขับรถในประเทศออสเตรเลียอย่างถูกต้อง มีสามแบบตามประเภทการอยู่อาศัย
1.คนที่มาเที่ยวประเทศออสเตรเลีย — ใช้ใบขับขี่ไทยแบบใหม่ ที่เป็น Smartcard มีภาษาอังกฤษประกอบด้วยมาเช่ารถขับได้เลย ไม่ต้องใช้ Internationl Driving Permit (IDP) ขับรถที่นี้ด้านเดียวกันกับเมืองไทย กฏจราจรเหมือนกันทุกอย่าง แต่ค่าปรับแพงมาก ตัวอย่างเช่นขับความเร็วเกิน 110 km/h กดไปที่ 127 km/h โดนค่าปรับไป 300 AUD (คูณ 24 = 7200 บาทไทย) และอย่าคิดว่าเดี๋ยวกลับเมืองไทยก็ไม่ต้องจ่ายนะครับ ใบค่าปรับตามส่งมาถึงบ้านเมืองไทยเลยครับ ถ้าไม่จ่าย ก็จะมีปัญหาเรื่องวีซ่าในอนาคต ไม่อยากเสียเงินฟรีและเสียประวัติ ควรจะขับรถแบบเคารพกฏจราจร

2.คนที่อยู่อาศัยแบบชั่วคราว วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงานชั่วคราว วีซ่า Working Holiday — ใช้ใบขับขี่ไทยแบบใหม่ ที่เป็น Smartcard มีภาษาอังกฤษประกอบด้วย มาขับได้เลย เฉพาะบางรัฐ เน้นเฉพาะบางรัฐเพราะว่า รัฐบางรัฐ อย่างเช่น VIC จะอนุญาตให้ใช้ใบขับขี่ไทยได้แค่ 6 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้น จะต้องทำการเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ของรัฐเอง
3.ผู้อยู่อาศัยถาวร วีซ่า PR หรือ คนสัญชาติออสเตรเลีย — ต้องใช้ใบขับขี่ของแต่ละรัฐ กรณีคนที่เพิ่งถือ PR จะมีเวลาให้สามารถทำการสมัครใบขับขี่ของแต่ละรัฐได้ สามารถใช้ใบขับขี่ไทยขับได้แค่ 3 เดือนหลังจากได้ PR หรือหลังจากถึงออสเตรเลียกรณี Offshore
ขั้นตอนในการได้ใบขับขี่ประเทศออสเตรเลีย จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะบางคนต้องสอบ 2–3 รอบกว่าจะได้มา มีทั้งตก Driving Test และตกสอบข้อเขียนในคอมพิวเตอร์ บางคนถึงกับบอกว่า สอบขอสัญชาติออสเตรเลีย (Citizenship ไม่ใช่ PR อันนั้นยากกว่ามากๆๆๆๆ) ง่ายกว่าสอบใบขับขี่อีก และที่สำคัญ ที่นี้ ไม่สามารถซื้อใบขับขี่ได้เหมือนประเทศไทย
กรณีการได้ใบขับขี่ปกติ สำหรับคนที่ไม่เคยขับรถมาเลยในรัฐ NSW (Sydney) ขั้นแรกจะต้องผ่านการทดสอบ Driving Knowledge Test (DKT) ก่อน ซึ่งข้อสอบจะแบ่งเป็น 2 parts part แรกเป็นความรู้ทั่วไปเรื่องการขับรถ มี 15 ข้อ ผิดได้ 2 ข้อ กับ part หลัง เป็นเรื่องกฏจราจร เครื่องหมายต่างๆ การให้ทาง มี 30 ข้อ ผิดได้แค่ข้อเดียว พอผ่านมาแล้ว ขั้นนี้จะได้ Learner License ซึ่งขับรถได้ความเร็วไม่เกิน 90 km/h และต้องมีคนที่ถือ Full License นั่งประกบด้วย รวมถึงต้องมีการติดสัญลักษณ์ L หน้าและหลังรถ ต่อจากนั้น กรณีที่คนอายุไม่ถึง 25 จะต้องมีการบันทึกชั่วโมงในการขับรถลงใน Log Book ก่อน และถือ Learner มาขั้นต่ำ 12 เดือน แต่ถ้าเกินแล้ว ไม่จำเป็นต้องลง Log Book และไม่ต้องรอ 12 เดือน สามารถไปขั้นต่อไป คือทำการสอบ Hazard Preception Test (HPT) โดยเป็นการสอบในคอมพิวเตอร์ เพือทำการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งอันตรายรอบข้าง โดยคอมพิวเตอร์จะเปิดวีดีโอคนขับรถ แล้วใช้วิธี Touch Screen กรณีที่เห็นสิ่งอันตรายและต้องการตอบสนอง พอผ่าน HPT แล้ว ตอนพร้อมทดสอบการขับรถจริง ก็ book สอบ แล้วทำการสอบ พอสอบผ่าน ก็จะได้ Provision License 1 (P สีแดง) ซึ่งขับรถคนเดียวได้ แต่ต้องไม่เกิน 90 km/h และต้องติดสัญลักษณ์ P สีแดง ทั้งหน้าและหลังรถ พอถือมาได้ 18 เดือนก็จะสมัคร Provision License 2 (P สีเขียว) ได้ ซึ่งขับได้ 100 km/h ติด P สีเขียวหน้าและหลังรถ แล้วจากนั้น 24 เดือนก็จะได้ Full Licnese ที่ขับได้เต็ม 110 km/h และไม่ต้องติดสัญลักษณ์อะไรที่รถแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมามีชื่อเรียกว่า Graduate Licensing Scheme (GLS)

Credit https://learndrivesurvive.com.au/displaying-l-p-plates-nsw/
สำหรับคนเคยขับรถเมืองไทย ถือใบขับขี่ 5 ปีแล้ว สามารถนำประสบการณ์มาเทียบได้ โดยขั้นแรกจะเป็นการสอบข้อเขียนในคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ต่อจากนั้น จะไม่ต้องสอบ HPT และไม่ต้องผ่าน P แดง P เขียว แต่ต้องสอบ Driving Test ให้ผ่าน พอผ่านแล้ว จะได้ Full License เลย แต่ถ้าไม่ผ่าน จะได้ Learner มาเพื่อให้มาฝึกขับ แล้วมาสอบใหม่ให้ผ่าน ก็จะได้ Full License
สำหรับตัวผมเอง ตอนที่ยังถือ Student Visa และ Temporary Graduate Visa ก็ใช้ใบขับขี่ไทยขับมาตลอด เพราะไม่ได้เห็นความจำเป็นอะไร และส่วนตัวไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ถาวร อีกทั้งมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับตำรวจที่นี้ เลยพยายามเอาตัวห่างๆไป แต่พอจับผลัดจับพลูได้ PR มา เลยต้องมีใบขับขี่ของประเทศนี้ใช้ เพราะประเทศนี้ เอาจริงๆการคมนาคมสาธารณะยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร (ยกเว้น Melbourne) การที่เราขับรถได้ และอนาคตอาจอยากจะมีรถก็ย่อมสะดวกกว่า ซื้อของ จ่ายกับข้าวสบายกว่า แถมมีใบขับขี่ยังเปิดโอกาสได้งานดีๆด้วย เพราะบางงานต้องมีใบขับขี่ แถมยังมีประโยชน์ด้วยการใช้เป็น Age Verification ID เวลาไปเที่ยวหรือซื้อเหล้าอีกต่างหาก จริงๆใบขับขี่ไทยก็ใช้ได้เพราะมีภาษาอังกฤษ แต่ก็แอบเขอะๆเขินๆเล็กน้อย ถ้าใครขับรถไม่ได้เลย ก็ยังแนะนำให้ทำ Learner เอาไว้ เพราะอย่างน้อยใช้เป็น ID ก็ยังมีประโยชน์มาก
การเตรียมตัวสอบให้ผ่าน
จะไม่พูดถึงวิธีการ book หรืออะไรนะครับ เพราะเป็นไปตามขั้นตอนในเว็บอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายในการสอบ ครั้งละ 46 เหรียญ สำหรับสอบข้อเขียน และครั้งละ 59 เหรียญสำหรับสอบขับ ถ้าไม่ผ่าน book ใหม่ ก็ต้องเสียเงินจำนวนนี้อีก ดังนั้นควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบจริง
วันสอบ เตรียมเอกสาร คือ Passport และ Medicare Card สำหรับ PR/Citizen หรือบิลค่าโทรศัพท์,บัตร ATM หรีอบัตรนักเรียน อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับ Temporary Visa
แนะให้ Download ใบสมัครมากรอกในคอมพิวเตอร์แล้ว print ออกมาก่อน แล้วเอามาที่สอบด้วย จะได้ไม่เสียเวลา — https://roads-waterways.transport.nsw.gov.au/documents/about/forms/45070018-licence-application.pdfPDF
- เตรียมตัวสอบข้อเขียนให้ผ่าน
https://practicetest.rms.nsw.gov.au/pages/practice-tests?init=true ไปฝึกทำข้อสอบในเว็บนี้ ข้อสอบจริงและข้อสอบฝึกหัดจากในเว็บนี้เหมือนกันทุกอย่าง ทำให้ถูกทุกข้อ ไม่ตกซัก 5–10 รอบก็น่าจะหายห่วง พร้อมไปสอบจริงได้ แต่ทางที่ดี แนะว่าเอาซัก 50–100 รอบจะดีกว่า ข้อสอบฝึกหัดทำใน Smartphone ได้ ตอนนั่งรถไฟ นั่งรถเมล์ก็กดเล่นไปเรื่อยๆ
- เตรียมตัวสอบขับรถให้ผ่าน

(Credit: A guide to the Driving Test, Transport for NSW, p.36 — https://roads-waterways.transport.nsw.gov.au/documents/roads/licence/guide-to-driving-test.pdf)PDF
สอบขับรถ จะเป็นการสอบบนถนนจริง โดยมีคนให้คะแนนนั่งอยู่ข้างๆ เราก็ขับรถไปตาม Direction ที่คนให้คะแนนบอกเอาไว้ โดยคนให้คะแนนจะดูทักษะการขับรถของเรา เช่นการควบคุมรถ การควบคุมควมเร็ว การระมัดระวังสิ่งอันตรายต่างๆ อย่างคนเดินข้ามถนน เด็กวิ่งตัดหน้า รวมถึงการตัดสินใจ และการทำตามกฏจราจรเช่นป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ โดยเป็นการขับตาม เส้นทาง 25 Zones ต่างๆ ทุกครั้งจะมีคะแนนเต็ม 110 แต่จะโดนหักไปตามสิ่งที่เราทำพลาด เราห้ามทำให้คะแนนต่ำกว่า 90 จะถือว่าไม่ผ่าน
นอกจากสอบขับแล้ว จะมีการสอบปฏิบัติท่าจอดรถและการเปลี่ยนทิศทางต่างๆ กรณีรถเกียร์ออโต้ จะมีท่าบังคับคือ Kurb Side Stop อันนี้เป็นการเลี้ยวเข้าจอดตรงๆจากทางหลักเทียบฟุตบาธ (นึกถึงเวลาขับรถต่างจังหวัดเมืองไทย แล้วเจอแผงลอยผลไม้ แผงลอยปลาหมึก แล้วอยากจะจอดแวะซื้อของ) นอกนั้น จะมีท่า Reverse Parking (ถอยเข้าจอด เหมือนสอบใบขับขี่เมืองไทย เมืองไทยทำในสนามจำลอง ใช้ได้ 7 เกียร์ ที่นี้ทำบนถนนจริงใช้ได้แค่ 4 เกียร์) หรือ 3 Points Turn (U-Turn แบบมีพื้นที่ไม่พอ) ท่าใดท่านึง
นอกนั้น จะมีข้อผิดพลาดบางอย่างที่ถือเป็น Immediate Fail คือถ้าพลาดตรงนี้ ถือว่าตกเลย ต่อให้ได้คะแนนเกิน 90 ก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นพวก ไม่ปฏิบัติตามป้ายจราจร ไม่ให้สัญญานตอนเลี้ยวเข้าหรือเปลี่ยนเลนบ่อยๆ
แนะนำว่ายอมจ่ายเงิน จ้างครูสอนขับรถ ที่เป็น Qualified Instrcutor ครับ เพราะจะช่วยในการจับจุดที่ผิดพลาดต่างๆ ของเรา รวมถึงให้คำแนะนำดีๆด้วย
นอกนั้น การฝึกซ้อมนอกเวลาค่อนข้างช่วย ถ้าใครมีรถส่วนตัวก็ดีไปเลย แต่ถ้าไม่มี แนะให้ใช้รถ Car Share จากผู้ให้บริการทั้งหลาย อย่าง GoGet CarNextDoor Popcar พวกนี้ ถ้าไม่อยากเสียเงินรายเดือน รายปี บางเจ้าจะมี plan ฟรีทุกอย่าง คิดแต่ค่าเช่าและค่าขับราย กม ใบขับขี่ไทยสามารถสมัครได้ แต่ยังต้องขับตาม กฏหมายเรื่องใบขับขี่ทุกอย่างนะครับ ผมใบขับขี่ขาดไปประมาณ 20 กว่าวันช่วงต้น April เพราะได้ PR มาแล้ว 3 เดือน ต้องแอบขับ ห้ามให้ตำรวจเรียกหรือโดนตำรวจจับเด็ดขาด ไม่งั้นงานเข้าหนักแน่นอน (ถ้าทำได้ อย่าทำนะครับ รู้ว่าตัวเองทำผิดกฏหมาย แต่ตอนนั้นก็ book สอบไว้เรียบร้อยแล้ว เลยต้องเอาให้ได้)
อีกเรื่องก็ดวงครับ ตอนไปสอบ ตอนแรกคนคุมแอบโหดๆ แต่พอผ่านไปได้ด้วยดี แกก็ชวนคุย แถมคนที่คุมสอบผม เคยมาอยู่เมืองไทย มีบ้านอยู่สมุย พูดไทยได้คล่องพอประมาณทีเดียว เลยค่อนข้าง relieve และพอเดาได้ว่าผ่านแน่ และก็ผ่านครับ
ข้อผิดพลาดสำหรับคนไทยที่ทำให้ตก Driving Test
1.ป้าย Stop— ป้าย Stop ที่นี้ คือหยุดจริงๆนะครับ หยุดนิ่งๆ ถ้าหยุดไม่ได้ต้องเบรคหน้าทิ่มให้หยุดก่อนป้าย Stop หรือเส้น Stop คนไทยจะติดนิสัยค่อยๆปล่อยเพื่อดูรถทางหลัก นอกนั้นอันนี้ที่ตัวเองเป็นคือไม่ชอบเบรคหน้าทิ่ม เลยทำให้รถเคลื่อน ซึ่งจะทำให้ตกครับ เพราะถือว่า Disobey regularatory sign
2.การเช็ค Blind Spot (Head Check) — ปกติเวลาเราเปลี่ยนเลน หรือเลี้ยวเข้าทางต่างๆ ที่เมืองไทย เรามองแค่กระจกมองข้าง ซึ่งจะทำให้มองไม่เห็น Blind Spot ที่อยู่ที่กระจกผู้โดยสารด้านหลัง ขับรถที่นี้ (สอบขับ) ก่อนมองกระจกมองข้าง เราต้องมองไปที่กระจกหลังโดยหันหัวไปมองใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งวินาทีก่อนมองไปที่กระจกมองข้าง เพื่อทำ Head Check ก่อนที่จะเลี้ยว หรือเปลี่ยนเลน
3.สำหรับคนชอบใส่รองเท้าแตะคีบขับรถ — ส่วนใหญ่จะติดวิธีการยกเท้าเพื่อเหยียบคันแร่งหรือเบรก อันนี้เพิ่งทราบมาว่า อันตรายนะครับ เพราะเสี้ยววินาทีที่ยกเท้า อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นได้ วิธีที่ถูกต้องคือการใช้ส้นเท้าจิกไปที่พรมโดยฝ่าเท้าจ่อที่เบรค พอจะเหยียบคันแร่งให้หมุนเท้าเอาครับ และสอบขับรถ ห้ามใส่รองเท้าแตะมานะครับ (แต่สอบด้วยเท้าเปล่าได้ ถ้าใครถนัด)
4.วงเวียน — ให้รถทางขวา และรถในวงเวียน รวมถึงรถที่ถึงวงเวียนก่อน ไปก่อนเสมอ
สอบผ่านแล้ว กรณีถือ PR หรือ Citizen และมีอายุ 21–44 ปี จะได้ทำใบขับขี่อายุ 10 ปี ราคา 352 AUD (แพงมาก) ถ้าคนถือวีซ่าชั่วคราว แต่มาสอบทำใบขับขี่รัฐ NSW จะได้แค่ใบขับขี่ปีเดียว และต้องต่อทุกปี อ่อ ถ้ามีประวัติการหักแต้มจากใบขับขี่ไทยที่อายุยังไม่ครบ 3 ปี แต้มที่โดนหักจะโอนเข้ามาหักในใบขับขี่ออสเตรเลียของเราด้วยนะครับ