รีวิว บัตรเครดิตของประเทศออสเตรเลียที่ตัวเองเคยใช้ทั้งหมด
เรื่องการใช้จ่าย การใช้เงิน เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ซึ่งโดยมากคนทั่วไป…

เรื่องการใช้จ่าย การใช้เงิน เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ซึ่งโดยมากคนทั่วไป จะใช้เงินสดหรือใช้บัตรเดบิตที่มากับบัญชีธนาคารที่ตัวเองเปิดเอาไว้ ซึ่งก็เป็นการใช้เงินที่สะดวกสบายและปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวไว้เป็นจำนวนเยอะ ธนาคารแทบทุกเจ้า มีบริการ Mobile Wallet ผ่าน Apple Pay, Google Wallet และ Samsung Pay ที่ทำให้ไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ติดตัวไปด้วยเลย นอกจากนั้น ยังตัดปัญหาเรื่องการเก็บเหรียญในกระเป๋าสตางค์ หรือหน่วยเงินที่เป็นเศษหลักหน่วย ซึ่งจะโดนปัดเป็นจำนวนเต็ม ทำให้ดูขาดทุนไปนิดนึง
อย่างไรก็ตาม บางคนอาจจะรู้สึกว่า เวลาใช้เงินเป็นจำนวนมาก น่าจะมีอะไรตอบแทนกลับมาบ้าง หรือบางคนอาจจะอยากเก็บเงินสดเอาไว้ก่อน เพื่อสำรองฉุกเฉินหรือนำไปลงทุนอย่างอื่นก่อน ซึ่งบัตรเครดิตก็เป็นตัวช่วยอย่างนึง ซึ่งคล้ายๆกับที่เมืองไทย
บัตรเครดิตบางเจ้า ระยะเวลาปลอดหนี้ค่อนข้างยาวถึง 60–70 วันเลยทีเดียว ทำให้หมุนเงินไปทำอย่างอื่นก่อนได้ ดอกเบี้ยเงินฝากที่นี้ค่อนข้างน้อย แต่พอเทียบกับค่าเงินแล้วเอาไปทำอย่างอื่นได้พอประมาณ (อย่างเมืองไทย ฝาก 1 แสนบาทได้ดอกเบี้ย 100 บาทดูทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ที่นี้ฝาก หมื่นเหรียญ ได้ดอกเบี้ย 10 เหรียญ ซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตได้หลายอย่างพอประมาณ) นอกนั้น สำหรับสายเก็บแต้มเพื่อแลกตั๋วเครื่องบินหรือแลกของ บัตรส่วนใหญ่จะให้อัตรา 1:1 ที่ทำให้เก็บแต้มได้อย่างรวดเร็ว ยังไม่รวมถึงโปรโมชั่น Bonus Point สำหรับลูกค้าใหม่อีกต่างหาก
ก่อนมาที่นี้ ก็แอบสงสัยว่าทำไมพวกฝรั่งถึงนั่งเครื่องบินชั่น Premier ได้บ่อยๆจัง แต่พอมาถึงก็หายสงสัย เพราะโปรโมชั่นที่ค่อนข้างเร้าใจ กับจำนวนค่าใช้จ่ายสำหรับ Bonus Point ค่อนข้างต่ำ การใช้จ่ายทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน ก็สามารถทำ Bonus Point ได้ ไม่ต้องรูดเป็นแสนเป็นล้านเหมือนเมืองไทย
โดยมากห้างขนาดใหญ่ ร้านค้าทั่วไป และซูเปอร์มาเก็ตจะรับบัตร โดยไม่มีค่าบริการ (Surcharge) เพิ่มเติม แต่ร้านค้าขนาดเล็กบางร้าน ก็จะมีค่าบริการตรงนี้เพิ่มเติม ซึ่งคล้ายๆกับประเทศไทย แต่ที่นี้จำนวนร้านที่เก็บ Surcharge เยอะกว่า เพราะต้นทุนค่าบริการค่อนข้างสูง
ข้อเสียอีกอย่างของบัตรเครดิตที่นี้ คือถ้าเป็นบัตรที่มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ จะมีค่าธรรมเนียมรายปี ที่ไม่สามารถ Waive ได้เลย และเป็นการจ่ายล่วงหน้า หมายถึงว่า พอบัตรอนุมัติและเปิดบัตรแล้ว จะโดนเรียกค่าธรรมเนียมรายปีทันที แต่บัตรส่วนใหญ่ ก็จะมีโปรโมชั่น เช่นจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีราคาพิเศษในปีแรก หรือถ้าสมัครผ่านเว็บไซต์ที่ได้ค่า Commission ก็จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี
สำหรับรีวิวนี้ จะรีวิวบัตรเครดิตในประเทศออสเตรเลียทั้งหมดที่เคยใช้ ซึ่งมีอยู่ 4 ใบ
- Commonwealth Bank (CBA) Low Fee Credit Card
- ANZ Travel Reward Adventure Credit Card
- Qantas Premier Platinum Credit Card
- American Express (AMEX) Qantas Platinum Credit Card
คำถามที่หลายคนอาจสงสัย
- **ไม่ใช่ PR/Citizen สมัครบัตรเครดิตได้มั๊ย ?**สมัครได้บางเจ้า โดยบางเจ้าก็จะมีเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละเจ้าด้วย เอาที่ผมเคยใช้มาทั้งหมด
CBA สมัครได้ วีซ่าต้องเหลือพอประมาณ และบัตรจะออกให้เท่าเดือนที่วีซ่าหมดอายุ
ANZ สมัครได้ วีซ่าต้องเหลือขั้นต่ำ 14 เดือน
Qantas สมัครไม่ได้ (PR/Citizen เท่านั้น)
AMEX สมัครได้ วีซ่าต้องเหลือขั้นต่ำ 9 เดือน และรับเฉพาะวีซ่าทำงาน 457/482 หรือวีซ่า Partner Temporary เท่านั้น นอกเหนือจากนี้ไม่รับ - ใช้เงินค้ำประกันเพื่อสมัครบัตรเครดิตได้มั๊ย?
แต่ก่อนได้ แต่เดี๋ยวนี้แทบทุกเจ้าไม่รับทำบัตรเครดิตแบบนี้แล้วครับ จะต้องเป็นคนที่มีรายได้ มี Payslip ที่จะมีข้อยกเว้น คือบางคนมี Mortgage Loan (กู้ซื้อบ้าน) กับธนาคารนั้นๆ บางที ธนาคารก็จะเปิดบัตรเครดิตไว้ให้ด้วย
CBA Low Fee Credit Card

สำหรับคนไทยที่มาออสเตรเลีย ส่วนใหญ่จะเปิดบัญชีกับ CBA ด้วยความที่หลายๆคนบอกต่อกัน รวมทั้ง App มือถือที่ใช้ง่าย สะดวก ไม่ซับซ้อนเหมือนธนาคารอื่น จำนวนตู้ ATM ก็เยอะมาก ทำให้ใช้ได้สะดวก (สมัยนี้ไม่ค่อยต่างแล้ว เพราะทุก Bank Big 4 ของออสเตรเลีย ไม่มีค่าบริการกดเงินข้ามธนาคารแล้ว)
ซึ่ง CBA เองก็มีบริการบัตรเครดิต แต่ส่วนตัวมองว่า โปรโมชั่นอะไรไม่ค่อยเร้าใจ ทั้งบัตรสายเก็บแต้มและบัตรสาย Cashabck หรือบัตรประเภทอื่นๆ หลังๆมา มีโปรโมชั่นบ้าง สำหรับคนใช้ Mobile App ให้กด Activate โปรโมชั่นในแอพ แต่ก็ไม่ค่อยเร้าใจเหมือนเคย ซึ่งเท่าที่อ่านตามเว็บฝรั่ง ส่วนใหญ่ก็ไม่แนะนำบัตรเครดิต CBA ครับ
ข้อดี
- แอพ CBA ค่อนข้างใช้ง่าย เวลาจ่ายเงินสามารถจ่ายผ่านแอพ CBA ได้เลย
- บัตรนี้ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีในปีแรก
ข้อเสีย
- ถ้าเป็นบัตรตัวนี้ จะไม่ได้แต้ม ไม่ได้อะไรเลย ทำได้แค่ยืดระยะเวลาปลอดหนี้ หรือเล่นโปรโมชั่น Cashback สำหรับคนสมัครใหม่ หรือตามแอพ CBA เท่านั้น
- ต้องใช้ขั้นต่ำ 1000 เหรียญภายในหนึ่งปี เพื่อยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 29 เหรียญ (1000 เหรียญค่อนข้างน้อยมาก ส่วนใหญ่ทุกคนทำได้อยู่แล้ว แต่บัตรนี้ก็ไม่มีอะไรให้คุ้มค่าธรรมเนียมเหมือนกัน)
ANZ Travel Reward Adventure Credit Card (สิทธิประโยชน์สมัยก่อน 2019 – 2020)

ธนาคาร ANZ ก็เป็นอีกหนึ่งธนาคารยอดนิยมสำหรับคนไทย ด้วยความที่สาขาก็มีเยอะพอๆกับ CBA นอกนั้น สำหรับสมัยก่อน ANZ เป็นธนาคารเจ้าเดียว ที่ให้บริการ Apple Wallet สำหรับบัตรเดบิตด้วย
บัตรนี้แต่ก่อนค่อนข้างน่าสนใจ ถึงค่าธรรมเนียมค่อนข้างแพง (225 เหรียญ) เพราะราคานี้ รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ Virgin Australia สำหรับบินในประเทศ 1 ใบด้วย โดยสำหรับคนอยู่ East Coast บินข้ามไป WA (Perth) ทีนึง ก็คุ้มแล้วครับ เพราะตั๋วไปกลับ ถ้า Full Service ก็ราคา 400 ถึง 500 เหรียญกว่ากันเลย กับระยะทางบินที่ประมาณ กรุงเทพ ญี่ปุ่น นอกนั้น ยังมีบัตรเข้า Lounge ของ Virgin Australia สองใบ ซึ่งใช้คู่กันกับตั๋วเครื่องบินฟรีได้เลย นอกนั้นแต้ม ANZ Reward ก็สามารถแลกได้หลากหลาย จะแลกเป็นของ หรือแลกเป็นแต้มตั๋วเครื่องบินก็ได้ (ด้วยอัตรา 3:1) แต่เนื่องจาก Virgin Australia เปลี่ยนเจ้าของ และเหมือนไม่ต่อ Contract กับบัตรนี้ ทำให้โดยรวมบัตรนี้ไม่น่าสนใจแล้วครับ ถึงแม้ว่าค่าธรรมเนียมจะถูกลง (120 เหรียญ)
*ผมได้บัตรสองใบ เนื่องจากตอนนั้น ทาง ANZ ไม่มีบัตรตัวจริงใน Stock เลยส่ง Rewards Platinum มาให้ผมใช้ก่อนล่วงหน้า ก่อนส่งหน้าบัตรตัวจริง มาให้อีกที หน้าบัตรต่างกัน แต่ประเภทบัตรในระบบเป็นประเภทเดียวกันครับ
ข้อดี
- แต้ม ANZ Reward ค่อนข้างแลกได้หลากหลาย จะแลกเป็นของหรือแลกเป็นตั๋วเครื่องบินก็ได้
- ไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้จ่าย สำหรับสกุลเงินต่างประเทศ
ข้อเสีย
- ค่าธรรมเนียม (120 เหรียญ) กับผลตอบแทนไม่คุ้มแล้ว สำหรับบัตรนี้ ถ้าอยากสมัครจริงๆ ตัว ANZ Rewards Platinum ที่ค่าธรรมเนียมถูกกว่า (95 เหรียญ ฟรีปีแรก) และ Bonus Sign Up Point สูงกว่า (https://www.anz.com.au/personal/credit-cards/rewards/platinum/)จะดีกว่า
- ระบบการแลกแต้ม สำหรับแลกเป็นแต้มตั๋วเครื่องบิน ทำ online ไม่ได้ ต้องโทรไปขอแลกกับทาง Call Center เอง
Qantas Premier Platinum Credit Card

หลายๆคนจะคุ้นชื่อ Qantas ในฐานะสายการบินประจำชาติของออสเตรเลีย แต่จริงๆแล้ว ที่นี้ Qantas ก็มี Product หลากหลาย เช่นประกันสุขภาพ ประกันชีวิต (โดยร่วมมือกับ nib บริษัทประกันของที่นี้) Qantas Wine ขายเครื่องดิ่มแอลกอฮอลล์ และไวน์ สายการบิน Low Cost Jetstar และอื่นๆ บัตรเครดิตก็เป็นหนึ่งใน Product ของ Qantas (โดย Co กับ Citibank)
บัตรนี้ สมัครด้วยความบังเอิญ เนื่องจากว่าเป็นการเปลี่ยนมาจาก ANZ มาใช้บริการทีนี้ ด้วยความที่เพิ่งได้ PR มาหมาดๆ และดูทีท่าว่า Virgin Australia จะไม่บินต่างประเทศอีกแล้ว รวมถึงค่อนข้างล่อตาล่อใจกับการบิน Business Class รอบโลกด้วยแต้ม Qantas 315,000 แต้ม ซึ่งใกล้จะครบแล้วครับ (ขาดอีก 30,000 กว่าแต้ม) เลยตัดสินใจสมัคร เพื่อปั่นแต้ม Qantas โดยเฉพาะ
บัตรนี้ สำหรับคนที่ได้ใช้สิทธิประโยชน์จริงๆค่อนข้างคุ้ม ค่าธรรมเนียมปีแรกไม่แพงเกินไป (โปรที่ผมได้ 199 เหรียญปีแรก ปกติคิด 299 เหรียญ ตอนนี้เปลี่ยนใหม่เป็น 225 เหรียญปีแรกแล้ว) Bonus Point ค่อนข้างสูง แต่ Minimum Spend เยอะพอใช้ได้ (Bonus 100,000 แต้ม Qantas โดยใช้จ่ายให้ถึง 4,000 เหรียญ ภายใน 3 เดือนแรก ตอนนี้จะเป็น 80,000 แต้ม โดยใช้จ่ายให้ถึง 4,000 ภายใน 3 เดือนเหมือนเดิม) นอกนั้นบัตรนี้แถม Qantas Lounge Pass 2 ใบ ซึ่งใช้ได้ทั้งไฟลท์ในประเทศและต่างประเทศ (ตอนนี้ COVID จะปิดหมดเลย แต่ถ้าเวลาปกติคุ้มมาก) และใช้ได้ทั้งไฟลท์ Qantas และ Jetstar สำหรับการซื้อตั๋วเครื่องบินกับ Qantas ครั้งแรก ภายใน 6 เดือน จะได้รับดอกเบี้ย 0% 6 เดือนด้วย ซึ่ง Overall ผมมองว่า ค่อนข้างคุ้ม กับค่าธรรมเนียมและ Bonus Point สำหรับคนได้ใช้จริงๆ
ข้อดีที่ซ่อนอีกอย่างของบัตรนี้ ที่สังเกตได้ คือระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยค่อนข้างยาวมาก สำหรับการรูดต้นรอบ Statement สามารถยืดไปได้ถึงเดือนครึ่งเกือบๆสองเดือนเลย
ข้อดี
- สิทธิประโยชน์เยอะมาก สำหรับคนที่บิน Qantas และ Jetstar และโดยรวมๆแล้ว สิ่งที่ได้เทียบกับค่าธรรมเนียมค่อนข้างคุ้ม
- ข้อสังเกตส่วนตัว คือระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยของบัตรนี้ยาวมาก ทำให้หมุนเงินได้ยาวก่อนจ่ายหนี้บัตรจริงๆ
ข้อเสีย
- Minimum Spending สำหรับ Bonus Point ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งบางคนอาจจะทำไม่ไหว
- ไม่ใช่ PR/Citizen สมัครไม่ได้
- ระบบ Online ของบัตรนี้ (รวมถึง Product ของเครือ Qantas) ผมรู้สึกค่อนข้างซับซ้อน จู้จี้ ขั้นตอนเยอะ อาจทำให้รำคาญไปหน่อย
AMEX Qantas Platinum Credit Card

สำหรับ AMEX ที่ประเทศไทย อาจจะพอคุ้นหู แต่ไม่ค่อยมีคนใช้เท่าไร เนื่องด้วยร้านค้าไม่ค่อยรับ สำหรับที่นี้ ร้านค้าไม่ค่อยรับเหมือนกัน แต่เป็นบัตรที่ค่อนข้างได้รับความนิยมพอประมาณเลยทีเดียว
บัตรนี้ สมัครด้วยความบังเอิญ (อีกแล้ว) เพราะถ้าเป็นการสมัครกับทาง AMEX โดยตรง ค่าธรรมเนียมแพงมาก (249 เหรียญ) และ Waive ไม่ได้เลย นอกนั้น Bonus Point ให้แค่ 30,000 กับการใช้งาน 3,000 เหรียญ ภายใน 3 เดือน ซึ่งไม่มีอะไรให้ดึงดูดใจเลย แต่เนื่องจากว่า ผมไปเจอโปรฯของเว็บนึง ที่ได้ Commission จากทาง AMEX มีโปรฯคือ สำหรับสมาชิกใหม่ ได้รับแต้ม Bonus Point 90,000 แต้ม จากปกติ 30,000 แต้ม ส่วนค่าธรรมเนียม 249 ต้องจ่ายไปก่อน แต่ AMEX จะคืนให้ครับ โดยมีเงื่อนไขให้ใช้ Mobile Wallet ผ่าน Apple Pay หรือ Google Pay 10 รอบ โดยขั้นต่ำแต่ละรอบ 25 เหรียญ ภายใน 3 เดือนแรก ซึ่งทั้งหมด ผมได้รับครบเรียบร้อยแล้วครับ
นอกนั้น เรื่องสิทธิประโยชน์บัตรนี้ ผมมองว่าไม่ค่อยโดนใจมาก แถมระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยสั้นมาก ประมาณ 40–45 วันเท่านั้น แต่สำหรับคนชอบปั้นแต้มจริงๆ บัตรนี้น่าสนในคือจะมีโปรโมชั่นแต้มพิเศษหรือ Cash Back ให้กด Save ลงไปในบัตรได้ นอกนั้นมีโปรหลัก อย่างเช่น Small Shop Offer ซึ่งใช้จ่าย AMEX กับร้านค้าเล็กๆที่รับ AMEX ก็จะได้รับแต้มพิเศษ 3 แต้ม ต่อ 1 เหรียญ ซึ่งช่วยปั้นแต้มได้เยอะมากเลยทีเดียว
ข้อดี
- บัตรมีโปรโมชั่นสำหรับปั้นแต้ม และ Cashback เยอะมาก ที่สามารถกดจาก Online Banking หรือ Mobile App ได้เลย
- แอพค่อนข้างดี ใช้งานง่าย
ข้อเสีย
- ร้านค้าไม่ค่อยรับ AMEX แต่ถ้าเป็นห้างใหญ่ทั่วไป ส่วนใหญ่รับหมด
- ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยสั้นมาก และการ Processs Transaction ค่อนข้างเร็ว (รูดวันนี้ พรุ่งนี้รายการเข้าไปใน Statement ทันที การใช้จ่ายช่วงปลาย Statement จะค่อนข้างลุ้น ว่าจะได้จ่ายเลย หรือจ่ายรอบหน้า)
- ถ้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม และ ได้รับแต้มน้อย ส่วนตัวไม่คุ้ม
เว็บไซต์ที่ได้รับค่า Comission สำหรับสมัครบัตร (ถ้าคิดจะสมัคร ลองไปเช็คเว็บเหล่านี้ก่อน เพราะอาจจะมีโปรโมชั่นโดนใจ เช่นได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม)